Archive for the 'ละครช่้อง 7' category

เจ้าสาวริมทาง

Nov 28 2010 Published by admin under ละครช่้อง 7

เจ้าสาวริมทาง

ละครเจ้าสาวริมทาง บทประพันธ์ : กันตา-เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครเจ้าสาวริมทาง บทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครเจ้าสาวริมทาง ผลิตโดย : กันตนา
ละครเจ้าสาวริมทาง ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อเจ้าสาวริมทาง

เรื่องราวของเด็กสาวที่เกิดมาพร้อมความงาม และความสามารถ หากกลับต้องมีชีวิตที่ทุกข์ยาก ลำเค็ญ จนเธอได้พบกับชายหนุ่มรูปงาม ผู้เพียบพร้อมทุกอย่าง ทว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น แต่โชคชะตาเล่นตลก ทำให้ทั้งสองต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างปลอมๆ จนเขาได้เห็นถึงความดี และจิตใจที่ดีงามของเธอ กว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงได้รู้ว่า เธอผู้มีความงามโดดเด่นคนนี้ ได้สอนให้ผู้มากประสบการณ์อย่างเขา ได้เรียนรู้ และรู้จักความรักจริง ๆ เข้าให้แล้ว

เอ็มฟิตเนส ฟิตเนสหรูระดับห้าดาว เนืองแน่นไปด้วยสมาชิกที่ออกกำลัง  กิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เป็นการเต้นออกกำลังกายที่นำโดยเทรนเนอร์สาวสวย หุ่นดี ที่ชื่อว่า รสา แม้จะมาจากครอบครัวยากจน แต่รสาเป็นเด็กรักดีพยายามเรียนจนจบปริญญาตรี แม้จะเรียนเก่งและมีความสามารถ แต่เพราะไม่มีเส้นสาย ต้องมาเป็นเทรนเนอร์สอนการออกกำลังและโยคะ แต่เมื่อเป็นแล้วเธอก็พยายามทำงานให้ดี จนได้รับคำชมจากสมาชิกมากมาย รวมทั้ง วิษณุ เจ้าของบริษัทจำหน่ายรถยนต์ชื่อดัง

วิษณุเป็นหนุ่มใจดี รวย มีการศึกษา และรักการออกกำลังกาย นอกจากจะติดใจที่รสานำการออกกำลังได้ดีแล้ว ยังติดใจในนิสัยที่น่ารัก รสาเองก็จำวิษณุได้เพราะมาเล่นเป็นประจำ หลังงานเลิก สมาชิกบางคนที่ติดใจรสาหาโอกาสลวนลามเธอ หวังจะซื้อตัว จนวิษณุต้องมามาช่วยและมีเรื่องชกต่อยกับแขกคนนั้น รสาซาบซึ้งในความดีของชายหนุ่มมาก จึงยอมคบเขาเป็นเพื่อน แต่วิษณุนึกสนใจเธอมากกว่านั้น

รสามอบเงินเดือนเกือบทั้งหมดให้ สมร แม่เลี้ยง สมรเลี้ยงเธอมาแต่เด็ก หลังจากแม่ที่แท้จริงตายไป และเมื่อเรียนจบ พ่อก็มาตายไปอีกคน ชีวิตรสาจึงเหลือแต่สมร รสาส่งเสียให้ มิ้น ได้เรียนหนังสือ มิ้นเป็นลูกสาวของสมรที่เกิดจากสามีเก่า แต่มิ้นกลับเอาเงินของรสาไปใช้ฟุ่มเฟือย ซื้อเสื้อผ้า ซื้อเครื่องสำอางค์แพง เกเร ไม่เรียนหนังสือ แต่นอกจากสมรจะไม่ว่าแล้ว ยังให้ท้ายมิ้นอีกต่างหาก รสาจึงต้องอยู่อย่างอดทนกล้ำกลืน เพราะความกตัญญูต่อสมร สมรเองก็คอยทวงบุญคุณ และตอกย้ำให้รสาต้องเสียสละเพื่อมิ้นทุกอย่าง เธอคนเดียวจึงต้องหาเลี้ยงคนทั้งบ้าน รวมทั้ง เผด็จ สามีใหม่ของสมรด้วย

นอกจากจะเกาะลูกเลี้ยงกินแล้ว เผด็จ พ่อเลี้ยงตัวแสบ ยังคอยลวนลามรสาทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เธอไม่กล้าบอกสมรเพราะรู้ว่าแม่เลี้ยงหลงสามีใหม่มาก รสาจึงต้องคอยปกป้องตัวเอง โดยมีวิษณุช่วยเหลืออีกคน อัคริน เพลย์บอยหนุ่มรูปหล่อ รวย การศึกษาดี ขวัญใจของบรรดาสาว ๆ อัครินไม่เคยคิดจริงจัง จะแต่งงานกับใคร ไม่รู้แม้แต่วิธีที่จะรัก ผู้เป็นปู่อย่าง อำนาจ จึงคิดสั่งสอน ดัดนิสัยหลานชาย
Continue Reading »

No responses yet

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

Oct 07 2010 Published by admin under ละครช่้อง 7

เรื่อง ราวของเสือ หนุ่มเลือดอีสาน ที่วัยเด็กได้รับพลังพิเศษจากการกินข้าวทิพย์ในวันที่ ดวงอาทิตย์ ดาวเสาร์ พระจันทร์ ทำมุมตั้งฉากกับโลก เขาสามารถต่อยควายล้มได้ทั้งยืน ดำน้ำอึด กระทั่งโดนฟ้าผ่ายังไม่ระคายผิวเลย บัดนี้เขาถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล พ่อ แม่โดนทำร้าย น้องสาวโดนจับไปขายที่กรุงเทพฯ เมื่อกฏหมายไม่สามารถสร้างความยุติธรรมให้กับเขาได้ มีเพียงกำปั้น ปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ และหัวใจของนักสู้ ถึงเวลาที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ฮีโร่ขวัญใจคนจนจะมาทวงหนี้แค้นคืน….กองทัพข้าวเหนียว…..บุก

กำเนิดนักสู้
เรื่องราวเริ่มต้นที่บ้านดอนควาย ในวันสุริยะคราส ราหูอมพระอาทิตย์เข้าไปมิดดวง นกกาพากันงงบินกลับรังก่อนกำหนด ชาวบ้านดอนควายแตกตื่น ต่างพากันเคาะถ้วย ถัง กาละมัง หม้อไห เพื่อไล่ราหูให้เลิกอมพระอาทิตย์ เสือ (วงศกร ปรมัตถากร) เกิดในวันนี้ วันที่สุดแสนโกลาหลของชาวบ้านดอนควาย วัยเด็กเสือขี้โรค อะไรนิดอะไรหน่อยก็ป่วย แค่จิ้งจกร้องทักยังร้องไห้โฮ จนพ่อกับแม่ทนไม่ไหวต้องเอาไปฝากเลี้ยงกับหลวงพี่เข้ม (ยอดชาย เมฆสุวรรณ) ที่วัดดอนควาย ให้เป็นลูกศิษย์คอยรับใช้หลวงพี่เข้ม มีอยู่วันหนึ่งซึ่งเป็นวันพระใหญ่ ชาวบ้านทำบุญประจำปี มันเป็นวันที่พระอาทิตย์ ดาวเสาร์ และดวงจันทร์ โคจรมาตรงกับโลก ซึ่งใน ๑,๐๐๐ ปี จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เพียงหนเดียวเท่านั้น ชาวบ้านมาร่วมงานบุญ ต่างร่วมมือร่วมใจกันกวนข้าวทิพย์เพื่อถวายพระ อันข้าวทิพย์นั้นก็ประกอบไปด้วยของ ๙ ชนิดคือ ถั่ว งา นม น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำอ้อย เนย และน้ำนมที่คั้นจากรวงข้าวซึ่งชาวบ้านดอนควายใช้ข้าวเหนียวพันธุ์ประจำหมู่ บ้าน ในวันนั้นหลวงพี่เข้มตั้งใจเข้าฌานสมาธิในโบสถ์ ไม่อยากให้ใครรบกวนแกจึงให้เสือคอยเฝ้าโบสถ์ไว้ เมื่อถึงฌานสมาธิหลวงพี่เข้มก็ถอดจิตไปท่องเที่ยวยังแดนสวรรค์ และ นรกภูมิ เมื่อชาวบ้านกวนข้าวทิพย์เสร็จแล้วก็นำมาถวายหลวงพี่เข้มที่โบสถ์ เสือปลุกหลวงพี่เข้มเท่าไหรก็ไม่ยอมตื่นจึงนำใส่พานไปวางไว้หน้าพระประธาน แต่ตัวเสือเองก็หิวเหมือนกันแต่ว่าไปไหนไม่ได้เพราะว่าตนได้รับคำสั่งจาก หลวงพี่เข้มให้เฝ้าร่างไว้ ณ เวลานั้นเที่ยงตรง ตะวันตรงหัว พระอาทิตย์ ดาวเสาร์ พระจันทร์ โคจรทำมุมตั้งฉากกับโลก แสงอาทิตย์สาดส่องทะลุหลังคาโบสถ์ลงมาต้องกับข้าวทิพย์หน้าพระประธานเกิด ปาฏิหาริย์ข้าวทิพย์เปล่งแสงทองส่องสว่างไปทั้งโบสถ์ เสือปลุกหลวงพี่เข้มที่เข้าฌานสมาธิอย่างไรก็ไม่ยอมตื่น ด้วยความหิวเสือในวัยเด็กจึงถือวิสาสะหยิบข้าวทิพย์ก้อนนั้นกินเข้าไปเพื่อ ประทังความหิว แต่แล้วเสือก็รู้สึกร้อนจนท้องแทบระเบิดออกมา มันปวดท้องจนสุดจะทานทนได้ ถึงกับร้องโวยวายเสียงดัง จนสลบไป ณ ตรงนั้นอันเป็นเวลาที่หลวงพี่เข้มหลุดจากฌานสมาธิออกมาพอดี ชาวบ้านต่างพากันแตกตื่นวิ่งมาดูเสือกันใหญ่ บ้างก็โจษจันว่าเสือโดนเทวดาทำโทษ เพราะดันไปกินข้าวทิพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
MV เพลงเปิดตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

เสือสลบไป ๗ วัน ๗ คืน แล้วจู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมากลับเป็นปกติเหมือนกับคนที่ไม่เคยเป็นอะไรเลย และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เสือก็ไม่เคยเจ็บป่วยอีกเลย แถมยังมีพลังพิเศษเพิ่มเข้ามาในตัวเองโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน

พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
พลังของเสือเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัว มีอยู่วันหนึ่งที่เขาไปช่วยพ่อ และ แม่ทำนา วันนั้นอากาศร้อนมาก ควายเกิดบ้าแดดขึ้นมาวิ่งเข้าใส่วงข้าวของเขากับพ่อและแม่ที่ข้างเถียงนา เปรี้ยง…..ไวยิ่งกว่าความคิด ควายกระเด็นไปนอนสลบอยู่ที่ปลักโคลน ห่างจากเสือประมาณเกือบ ๕ เมตร มันกระเด็นไปด้วยแรงหมัดของเสือที่ต่อยออกไปด้วยสัญชาตญาณ โดยที่พ่อ และ แม่ รวมทั้งเสือเองก็มองไม่ทันว่ามันเกิดอะไรขึ้น พละกำลังของเสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อเขาได้กินข้าวเหนียวเข้าไปมันจะยิ่งเพิ่มพลังขึ้นเป็นทวีคูณ บางวันที่ควายหมดแรงไถนา จะเป็นเสือเองที่คอยลากไถแทนควาย เมื่อฤดูน้ำหลากมาถึงพวกชาวบ้านต่างออกจับปลา หา กบ เขียด มาเป็นอาหาร เสือก็เช่นกันเมื่อเขาหว่านแหเสร็จแล้วดำลงไปในน้ำเป็นชั่วโมงเขาก็ยังไม่ ยอมโผล่ขึ้นมา จนชาวบ้านคิดไปว่าเขาคงจมน้ำตายไปซะแล้ว ไม่ทันขาดคำของชาวบ้านเขาก็โผล่ขึ้นมาพร้อมปลาตัวเบ้อเริ่มที่ดำลงไปงมขึ้น มาได้ เรื่องราวของเขายังไม่จบลงเท่านี้ มีอยู่วันหนึ่งฝนตกลงมาห่าใหญ่ พ่อใช้ให้เขาไปลากไอ้เขาเกเข้าคอก (เขาเกเกิดจากโดนเสือต่อยสมัยเด็ก) ขณะที่กำลังจูงไอ้เขาเกอยู่นั้น ครืน….โครม…..เสียงฟ้าดังสะเทือนเลื่อนลั่น แล้วก็….เปรี้ยง สายฟ้าฟาดเข้าไปที่ตัวของเสืออย่างจัง เสือล้มลงไปทั้งยืน…..ฝนค่อยซาเม็ดลง เห็นไอ้เขาเกเข้าไปเลียๆ หน้าเสือ เขาค่อยๆ ลืมตาแล้วก็ชันกายขึ้นมางงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขารอดตายจากฟ้าผ่าราวปาฏิหาริย์ และนี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับชีวิตของ เสือ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

เส้นทางนักสู้
๑๐ ปี ผ่านไป เสือที่เพิ่งปลดประจำการจากทหารรับจ้าง มาต่อยมวยในงานวัด หาเงินไปฝากแม่ที่ขายขนมท้ายตลาด และช่วยปลดหนี้ที่นาให้พ่อ รวมทั้งค่าเทอมมะลิ (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) น้องสาวที่เป็นความหวังของครอบครัวด้วย เสือชกมวยเก่งมากเพราะตอนที่เขาเป็นทหารรับจ้างได้เคยช่วยชีวิตจ่าผาดอดีต นักมวยโคราช จ่าผาดชมชอบน้ำใจของเสือจึงได้สอนเชิงมวยโคราชให้แบบไม่หวงวิชา โดยมีท่าไม้ตายคือ หมัดเขวี้ยงควาย หมัดนี้ถ้าต่อยออกไปสามารถล้มควายได้ทั้งตัว เสือขึ้นต่อยกับคู่ต่อสู้จนไม่มีใครกล้าขึ้นชกด้วย ผู้พันอำนาจ (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) ผู้มีอิทธิพลมืด ได้สั่งให้กำนันฉ่ำ (เวนช์ ฟอลโคเนอร์) ส่งลิงลม ลูกพญาไฟ (สมรักษ์ คำสิงห์) ลงสู้ ไอ้ลิงลมนี้ก็ใช่ย่อย เพราะมันเป็นคนดีมีวิชา สักลิงลมไว้กลางหลัง แม้นโดนต่อยจนหมอบเพียงลมพัดมาหอบใหญ่โดนตัวมัน ก็สามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ และโดยเฉพาะลูกเข่าของมันลงใครโดนแทงเข่าจะกระอักเลือดถึงตายได้ ผู้พันอำนาจกำชับว่างานนี้เขาลงเดิมพันไว้สูงมากห้ามแพ้เด็ดขาด กำนันฉ่ำจ้างให้เสือล้มมวย แต่ไอ้เสือไม่ยอม กำนันฉ่ำใช้แผนสกปรก ให้ไอ้ศร (นวพล ภูวดล) ลูกชายแอบเอาน้ำมันมวยผสมน้ำให้เสือล้างหน้า เสือแสบตามองไม่เห็น ทำให้ไอ้ลิงลมได้ที โดดขึ้นเหนี่ยวคอแทงเข่าใส่ยอดอกไม่ยั้ง ทำให้เสือกระอักเลือดลงไปนอนเกือบนับสิบ แต่จู่ๆ เมื่อมีลมพัดมาวูบใหญ่ปรากฏว่าเสือกลับฟื้นขึ้นมาด้วยฤทธิ์เดชของควายถึกที่ สักไว้ตรงหน้าอก และดูเหมือนเสือจะมีพละกำลังมากกว่าเดิม เสือซัดลิงลม ลูกพญาไฟด้วยหมัดเขวี้ยงควาย มันล้มลงไปแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ เป็นอยู่อย่างนี้นับสิบครั้ง จนเสือต้องใช้ไม้ตายเสกควายอาคมไปกดลิงลมที่สักไว้กลางหลังไอ้ลิงลมจนมันลุก ไม่ขึ้นกรรมการนับสิบไอ้เสือชนะ นังดอกสร้อยลูกลุงมั่นอีสาวที่แอบหลงรักไอ้เสือมานานดีใจจนออกนอกหน้า ผู้พันอำนาจโกรธมากที่เสียพนันก้อนใหญ่คาดโทษกำนันฉ่ำแล้วกลับไป กำนันฉ่ำเก็บความแค้นที่ต้องเสียหน้าเอาไว้ในใจ และไปเอาคืนกับพ่อของบักเสือเรื่องหนี้ที่ยืมไปทั้งต้นทั้งดอกให้รีบเอามา คืน เสือไปเจรจากับกำนันฉ่ำเพื่อขอผัดผ่อน แต่กำนันไม่ยอมซ้ำยังต่อว่าพ่อแม่บักเสืออย่างเสียๆ หายๆ แถมยังให้ลูกน้องรุมทำร้ายเสือ เสือป้องกันตัวจนเผลอทำร้ายไอ้ศรลูกกำนันฉ่ำเข้าจนหน้ามันเสียโฉม เขาจึงหนีไปอาศัยหลวงพ่อเข้มหลบภัยที่วัดดอนควาย

ทางกำนันฉ่ำได้สั่งให้ไอ้ศร ลูกชาย ไอ้ลิงลม และสมุนไปเผาบ้านไอ้เสือ ดีที่มันกลับมาช่วยพ่อ แม่ และน้องสาวไว้ได้ แต่ว่าบ้านทั้งหลังได้วอดวายหมดสิ้น ฟืนไฟรุมสุมหัวใจไอ้เสือคุกรุ่น มันอยากจะไปล้างแค้นกำนันฉ่ำให้หายแค้น พ่อเสือได้ทัดทานไว้พ่อบอกให้ไอ้เสือหนีเข้ากรุงเทพฯ ไปสักพักหนึ่งก่อน ส่วนตัวแกจะขออาศัยหลวงพ่อเข้มอยู่ที่วัดดอนควาย

โดยไม่ได้ร่ำลาใคร คืนนั้นไอ้เสือได้หลบออกจากหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยมีพวกกำนันฉ่ำออกตามล่ามาติดๆ ระหว่างไม่รู้จะไปทางไหน อยู่ๆ ก็มีรถมาชนเสือเข้าอย่างจัง เสือกระเด็นไปทางหนึ่งนิ่งไป สักครู่ก็กลับฟื้นขึ้นมาด้วยรอยสักควายถึกที่หน้าอกเมื่อมีลมพัดมาต้องตัว เขา สิ่งนั้นทำให้สิงห์ (เคลลี่ ธนะพัฒน์) เจ้าของรถแปลก ใจมาก สิงห์จะพาเสือไปหาหมอแต่เขาบอกไม่ต้อง เพียงขอโดยสารไปข้างหน้าก่อนก็แล้วกัน สิงห์พยุงเสือขึ้นรถขับตะบึงไป เฉียดกับพวกไอ้ศรที่ตามล่ามาแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

บนรถสิงห์ชวนเสือคุยโน่นนี่ ถามเหมือนสอบปากคำ เสือไม่สนใจตอบคำถาม เขาต้องการแค่ติดรถไปลงกรุงเทพฯ ก็เท่านั้นเอง โดนถามหนักๆ เข้าเสือรำคาญก็แกล้งตอบไปว่าบ้านนอกมันแร้นแค้นนักจะไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ถ้าไม่ไหวก็จะไปเป็นโจรในกรุงเทพฯ มันซะเลย สิงห์บอกอย่างนั้นก็คงจะได้เจอกันแน่ๆ เสือสงสัยถามสิงห์เป็นโจรเหมือนกันเหรอ สิงห์ยิ้มๆ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เสือเห็นรูปผู้หญิงคนหนึ่งวางไว้หน้ารถ ในรูปเธอเป็นคนสวย เสือแซวว่าเป็นแฟนเหรอ สิงห์บอกตอนนี้ยังไม่ใช่แต่ว่าต่อไปไม่แน่

เสือปวดท้องขอสิงห์ให้แวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมัน เสือเข้าห้องน้ำไม่ทันเสร็จดี จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นในมินิมาร์ท ทำให้เสือต้องรีบวิ่งไปตามเสียงปืนเกือบจะพร้อมๆ กับสิงห์ที่วิ่งเข้าไปดูปรากฏว่ามีโจรวัยรุ่นสองคนเข้าปล้นร้าน สิงห์พยายามเจรจาแต่ว่าไม่สำเร็จ โจรกลับจี้เจ้าของร้านเป็นตัวประกัน ทำให้เขาต้องใช้ไม้แข็ง ควักปืนออกมายิงไปที่โจร ฝีมือยิงปืนของสิงห์นั้นมีตำแหน่งแชมป์เหรียญทองทีมชาติเป็นประกันอยู่แล้ว เมื่อโดนยิงเฉียดหัวไปเส้นยาแดงผ่าแปด โจรถึงกับฉี่แตกขาแข้งอ่อนอยู่ตรงนั้น ส่วนอีกคนวิ่งออกจากร้านไป เสือจะวิ่งไล่แต่สิงห์ห้ามไว้บอกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาเองดีกว่าเดี๋ยว จะเจ็บตัวเปล่าๆ สิงห์วิ่งไล่โจรมาติดๆ เมื่อมันจนมุมก็ออกอุบายให้สิงห์ดวลกับมันตัวต่อตัว สิงห์ยอมเก็บปืนเข้าเดี่ยวกับโจร โจรพลาดท่าเลยงัดมีดออกมาแทงสิงห์ พอดีกับเสือที่เข้ามาช่วยสิงห์ได้ทันเวลาเขาจัดการจนโจรหมอบกระแตไป สิงห์แสดงตนว่าเป็นตำรวจ ส่งโจรให้กับตำรวจท้องที่ เสือถามสิงห์เป็นตำรวจจริงเหรอ สิงห์บอกว่าโกหกมั้ง

ถึงกรุงเทพฯ แล้ว สิงห์ส่งเสือลงรถ ก่อนจากสิงห์บอกกับเสือว่าเขาเป็นหนี้ชีวิตเสือ และเขาไม่เคยลืมบุญคุณใคร สิงห์จากไปแล้วปล่อยให้เสืองงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี ระหว่างที่จะข้ามถนนเขาเกือบโดนแท็กซี่ชน เมื่อคนขับออกมาโวยวาย ก็ได้รู้ว่าคนนั้นคือทิดเคน (เหลือเฟือ มกจ๊ก) เสี่ยวเก่าสมัยเป็นทหารรับจ้างด้วยกัน เคนพาสิงห์ไปสมัครงานเป็นกรรมกรสร้างตึกในตอนกลางวัน และกลางคืนไปเป็นคนขับแท็กซี่ และอาศัยอยู่บ้านเช่าเดียวกัน

ที่คาเฟ่เสือได้พบกับส้ม (กวินตรา โพธิจักร) เด็กสาวที่หนีออกจากบ้านมาทำงานเป็นนักร้อง เพราะเขาได้ช่วยเธอจากอาเสี่ยมือไว ที่ลวนลามและจะฉุดส้มไปทำมิดีมิร้าย และมันเป็นวันเดียวกับที่เสือได้พบกับแสงระวี (ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์) นักข่าวสาวที่มาทำสกู๊ปเกี่ยวกับนักร้องคาเฟ่ แสงระวีรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเสือเมื่อแรกเห็น เพราะเสือดันไปจ้องเธอแบบจาบจ้วง ก็หน้าของเธอมันคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในรูปบนรถของสิงห์ที่เขาอาศัยโดยสารเข้ากรุงเทพฯ มา ในคืนนั้นเสือต้องพาส้มกลับไปนอนที่ห้องเช่า เธอระบายเรื่องราวชีวิตให้เสือฟังว่าเมื่อพ่อตาย แม่ก็มีผัวใหม่และผัวใหม่แม่ก็คอยที่จะทำมิดีมิร้ายกับเธอ เธอเล่าให้แม่ฟังแต่ว่าแม่ไม่เชื่อ ซ้ำยังตอกกลับว่าเธอให้ท่าพ่อเลี้ยงเสียอีก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอต้องหนีออกจากบ้าน ส้มอ้วกใส่เสือ เขาไม่ได้รังเกียจเธอเลย แถมยังสงสารและมองเธอเหมือนน้องสาว ในใจเด็กสาวเธอเริ่มรู้สึกดีกับเสืออย่างไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน

บุญคุณทดแทนแค้นนี้ต้องชำระ
เสือเข้ากรุงเทพฯ มาตามแก้แค้นกำนันฉ่ำ และไอ้ศร เขาปลอมตัวเป็นหลายอาชีพเพื่อสืบข่าวน้องสาว ไม่ว่าจะเป็นยาม กรรมกรก่อสร้าง พ่อค้าไข่ปิ้ง ขี่วินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง แต่อาชีพหลักคือขับแท็กซี่มิเตอร์ โดยเขามักจะฟังคลื่นวิทยุต่างๆ เพื่อรับฟังข่าวสารอยู่เป็นประจำ แล้วเขาก็ได้ทราบข่าวว่าพวกไอ้ศรได้ไปคุมบ่อนแห่งหนึ่งอยู่ เสือได้ลอบเข้าไปเล่นพนันที่นั่น และเขาได้เจอกับส้มที่มาเสี่ยงโชคเช่นกัน จู่ๆ ควายถึกที่สักอยู่กลางอกก็ร้อนวูบขึ้นเขารู้ได้ทันทีว่าต้องมีเหตุการณ์ บางอย่างเกิดขึ้น เป็นไปดังคาด เมื่อศรกับลูกน้องออกมาคุมบ่อน เสือที่ปลอมตัวเข้ามาพยายามระงับความโกรธเขาต้องการสะกดรอยตามพวกศรไปเพื่อ ที่จะไปหามะลิน้องสาว แล้วส้มก็ก่อเรื่องเข้าจนได้เมื่อเธอโกงไพ่เจ้ามือ พวกศรเข้าไปเอาเรื่อง ร้อนถึงเสือที่ต้องเข้าช่วยส้ม เหตุการณ์คับขันเสือจำเป็นต้องใช้ปืนลูกซองอาคมของหลวงพ่อเข้ม

ตูม !!! เสียงปืนระเบิดขึ้น พวกศรกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ทั้งๆ ที่เสือตั้งใจยิงจังๆ ที่หน้าอก แต่ลูกสมุนศรก็แค่เพียงบาดเจ็บเท่านั้น…..มันทำให้เสือหวนระลึกถึงวันที่ หลวงพ่อเข้มมอบปืนให้กับเขา หลวงพ่อเข้มได้บอกกับเขาว่า “ปืนอาคมนี้มันจะคอยปกป้องเอ็งอยู่เสมอ แต่คราใดที่เอ็งใช้มันด้วยโทสะ มันก็จะด้าน และแป้ก ที่สำคัญปืนนี้จะทำร้ายคนอย่างมากก็แค่เจ็บเท่านั้นไม่ถึงกับตาย” เสือและส้มโดนพวกไอ้ศรที่มากกว่าจับไว้ได้ พวกไอ้ศรรุมกินโต๊ะเสือจนเขาฟุบลงไป ระหว่างที่ไอ้ศรหัวเราะชอบใจอยู่นั้นเสือก็ได้ท่องคาถาขมุบขมิบ ฉับพลันลมพัดมาตึงใหญ่ควายถึกที่อยู่กลางหน้าอกไอ้เสือมันแทบจะโผนออกมาจาก อก พวกไอ้ศรตกใจเข้ารุมอีกคราวนี้ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงเสือมาจากไหน พวกไอ้ศรนับสิบยังจับไม่อยู่ เสือใช้วิชามวยโคราชต่อยหมัดเขวี้ยงควายใส่ พวกไอ้ศรกระเด็นไปคนละทิศละทาง เสือได้โอกาสพาส้มหนี แล้วเขาก็มาปะเข้ากับผู้กองสิงห์ที่นำกำลังตำรวจเข้ามาทะลายบ่อนเช่นกัน ทั้งสองได้เจอหน้ากันก็จำได้ ก่อนที่สิงห์จะถามไถ่อะไรเสือก็พาส้มหลบหายไปซะแล้ว เสือพาส้มหายไปโดยทิ้งไว้เพียงผ้าขาวม้าขาดวิ่นไว้เป็นที่ระลึก

ที่ดาดฟ้าแฟลตที่ส้มพัก เธอหัวเราะอย่างโล่งอก พลางควักเอาถุงใส่เงินที่แอบขโมยมาจากในบ่อนช่วงชุลมุนให้เสือดู เมื่อเปิดดูทั้งคู่ถึงกับตะลึงเพราะเงินในถุงมีค่าร่วมล้าน เสือบอกให้ส้มเอาไปส่งตำรวจ ส้มไม่ยอม ระหว่างที่แย่งถุงกันไปมา ถุงเงินขาดเงินนับล้านปลิวว่อนลงสู่ถนนเบื้องล่าง ชาวบ้านข้างล่างวิ่งไล่เก็บเงินกันใหญ่ แสงระวีที่ผ่านมาแถวนั้นได้เก็บภาพเสือไว้ได้ แต่มันเป็นเพียงภาพที่ย้อนแสงตะวัน มองไม่ออกว่าเป็นใคร เท่าที่พอมองออกคนที่แจกเงินอยู่บนยอดตึกนั้นเป็นชาย พันผ้าขาวม้าไว้กับคอ เสือเห็นข้างล่างกำลังวุ่นวายจึงฉวยโอกาสพาส้มหนีรอดไปอีกครั้ง แสงระวีบอกกับตัวเองว่าเธอต้องรู้ให้ได้ว่า ใครคือโรบินฮู้ดที่โปรยเงินแจกคน

เช้าวันใหม่เมื่อเสือและส้มเดินผ่านแผงขายหนังสือพิมพ์ก็ต้องตกใจ เพราะภาพของเสือได้ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ แสงระวีนำภาพข่าวลงหน้าหนึ่งพาดหัวว่า มีฮีโร่คนใหม่เกิดขึ้นแล้ว โดยมีพญาอินทรี เจ้าของคอลัมน์ ลมใต้ปีก ตั้งสมญาฮีโร่คนนี้ให้ว่า “นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว” เมื่อผู้กองสิงห์ได้อ่านหนังสือพิมพ์ก็รู้สึกสะกิดใจกับนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียวคนนี้ แต่พวกไอ้ศรเมื่อมันได้อ่านข่าวมันก็รู้ได้ในทันทีว่า ไอ้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ก็คือไอ้เสือไอ้คนที่ไปก่อเรื่องที่บ่อนนั่นเอง และเสือก็ได้ตัดสินใจสวมบทนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเพื่อตามหาน้องสาว และอีกด้านเพื่อต่อกรกับความอยุติธรรมในสังคม

โปลิศจับขโมย
ตอนนี้เสือได้กลายเป็น นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ขวัญใจคนจนผู้ยืนเคียงข้างคนถูกข่มเหงไปแล้ว ในขณะที่เขาออกสืบหาร่องรอยของมะลิ เขาก็ต้องคอยหนีผู้กองสิงห์ และแสงระวีนักข่าวสาวคนสวยที่ตามหาร่องรอยเขาด้วย เหตุที่ต้องติดตามหามะลิทำให้เขาต้องเข้าไปพัวพันและก่อวีรกรรมต่างๆ ขึ้นมากมาย เช่น นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทะลายซ่องนรกปลดปล่อยผู้หญิงที่โดนล่อลวงมาค้า ประเวณี / นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวช่วยเด็กจากโรงงานนรก / นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวร่วมสไตร๊ท์กับชนชั้นแรงงานในการขึ้นเงินเดือน ทุกครั้งเขาต้องคลาดกับผู้กองสิงห์แบบหวุดหวิด เสียงร่ำลือเรื่องนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นที่โจษขานไปทั่วกรุงฯ แต่เสือก็ยังเป็นบุรุษนิรนาม ทิ้งปริศนาให้กับผู้กองสิงห์ต้องตามแก้ ทั้งเรื่องการทิ้งผ้าขาวม้าขาดวิ่นไว้เป็นที่ระลึกทุกครั้ง และการหายตัวไปเหมือนล่องหนได้ของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้กองสิงห์ได้ประจัญหน้ากับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแบบจะจะ โดยที่ผู้กองไม่รู้เลยว่ามันคือไอ้เสือ ทั้งสองสู้กันแบบไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน แล้วเสือในคราบของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็หาจังหวะหนีได้ทำให้ผู้กองจำเป็น ต้องยิงปืนใส่ เปรี้ยง!! ลูกปืนเข้าที่หน้าอกของเสือแบบเต็มๆ เขาล้มลงไปทั้งยืน ทุกอย่างนิ่ง สงบไปชั่วอึดใจ ลมพัดมาวูบใหญ่ ควายถึกที่สักกลางหน้าอกของเสือตื่นขึ้น มันคำรามออกมาเสียงดังครืนครั่น แล้วเสือก็ลุกขึ้นกระโจนโผนหายไป ผู้กองสิงห์แทบจะไม่เชื่อตาตัวเองเลย ที่ดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามปรากฏมือปืนที่ซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดโดยตลอด เธอคือ โรส (รฐกร สถิรบุตร) มือสังหารของหน่วยปฏิบัติการ ลับพิเศษ ที่มีรหัสว่า กุหลาบแดง ผู้กองรู้สึกเหมือนโดนจ้องมองเขาหันไปทางนั้นปรากฏว่าไม่พบร่องรอยใครแล้ว

ผู้กองสิงห์มาขอพบพญาอินทรี หรือ พันตำรวจโท ธงไท เตชะบดินทร์ อดีตหัวหน้าเก่า ผู้กองบอกกับพญาอินทรีว่าเขารู้สึกเหมือนมีคนคอยสะกดรอยตามเขา พญาอินทรีบอกผู้กองอาจจะคิดมากเกินไปหรือเปล่า และคนที่คอยตามเราบางทีเขาอาจจะไม่ได้หวังร้ายก็ได้ ผู้กองสิงห์บอกว่า เขาไม่ได้ห่วงอันตรายของตัวเอง แต่ว่าเขาห่วงอันตรายของคนที่มาสะกดรอยเขามากกว่า เพราะว่าตอนนี้คดีเกี่ยวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเริ่มโยงใยไปถึงผู้มี อิทธิพลมืดทางการเมือง เมื่อผู้กองสิงห์กลับไปแล้วพญาอินทรีจึงได้เอ่ยปากเรียกให้ใครคนหนึ่งออกมา จากมุมมืด เธอคือโรส หรือ กุหลาบแดง มือสังหารคนนั้นนั่นเอง โรส หรือร้อยตำรวจเอกหญิง รสนายืนยันว่าจะไม่ถอนตัวจากปฏิบัติการเกี่ยวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว อย่างแน่นอน เธอต้องการจับกุมคนที่ทำผิดคิดร้ายต่อบ้านเมืองมาลงโทษให้ได้ และลึกๆ ในใจแล้วคือเธอต้องการที่จะตอบแทนบุญคุณผู้กองสิงห์ที่ครั้งหนึ่งเคยช่วย ชีวิตเธอเอาไว้ด้วย

Continue Reading »

No responses yet

คุณชายตำระเบิด

Oct 07 2010 Published by admin under ละครช่้อง 7

คุณชายตำระเบิดหลายคนอาจคิดว่า ต้มยำกุ้ง ผัดไท เป็นอาหารประจำชาติ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ส้มตำ” ต่างหากที่เป็นอาหารประจำชาติไทย
เข้าถึงรสชาติความเป็นไทยทีทั่วประเทศยอมรับ
ตั้งแต่คุณนายไฮโซ ยันกรรมกรข้างถนน
ส้มตำนี่แหละ…แซ่บถึงเครื่อง รสถึงใจ อะไรก็สู้ไม่ได้อีกแล้ว

ณ หมู่บ้านอันห่างไกลความเจริญแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ที่เพิงหมาแหงนริมถนนนั้น เป็นที่เลื่องชื่อของรสมือการตำส้มตำรสแซ่บหลาย ถูกใจชาวบ้านชาวช่องเป็นนักหนา ที่น่าแปลกกว่านั้นคือ ผู้ลงมือเป็นชายหนุ่มร่างกายกำยำล่ำสัน ที่มีชื่อว่า “ไอ้เผือก” (ตะวัน จารุจินดา) ฝีมือระดับเซียนที่หาคนมาเทียบเทียมได้ยาก ทั้งลาบหมู น้ำตก ต้มแซ่บ ไก่ย่าง ล้วนแต่อร่อยจนแทบไม่เหลือให้หมาที่ทำตาละห้อยแถวนั้นได้กินเลยสักวัน

แต่ที่ต้องยกให้เป็นสุดยอดซุปเปอร์เมนูต้องเป็น “ตำระเบิด” เท่านั้น ส้มตำสูตรพิเศษรสแซ่บถึงเครื่อง ไม่มีหวงเครื่องปรุงให้เสียอารมณ์ ยิ่งกินกับขนมจีนด้วยแล้วละก็ หลายต่อหลายคนยอมนั่งรถจากในตัวเมืองมาลองลิ้มชิมรสตำระเบิดของเผือกกัน อย่างถ้วนหน้า

อันที่จริง…เผือกน่าจะรวยเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว

แต่เพราะ “ทองมี” (นึกคิด บุญทอง) พ่อของเผือกนั้นติดเหล้าอย่างหนัก ไถเงินลูกชายไปให้ร้านเหล้า ยาดอง ในตัวอำเภอตลอด พอไม่ให้ก็ตบตี เผือกจำใจต้องยอมให้พ่อเพราะไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู เขาไม่ได้หวงเงินพ่อ แต่ไม่อยากให้พ่อเมาหัวราน้ำมากกว่า

เท่านั้นยังไม่พอ “รำจวญ” (รัชนีกร พันธ์มณี) ผู้เป็นแม่ก็ติดเล่นไพ่ งานการไม่ทำ วันๆ ขลุกอยู่แต่ในบ่อน คงไม่ต้องบอกว่าเงินที่เอาไปเล่นไพ่แทงหวยทุกวันนั้นมาจากใคร ถ้าไม่ใช่ “เผือก”

ดีที่ยังมี “ยายดวง” (เยาวเรศ นิศากร) กับ “ผึ้ง” (ศรศิลป์ มณีวรรณ์) สองยายหลานที่คอยเป็นกำลังใจให้เผือกสู้กับชีวิต ยายดวงเองไม่อยากเป็นภาระของหลาน อยากมาช่วยเผือกขายส้มตำ แต่ก็ฝืนสังขารตัวเองไม่ไหว ทำได้แค่ช่วยเตรียมข้าวของให้ ส่วนผึ้งนั้นเรียนอยู่ชั้น ม.6 แล้ว หญิงสาวมาช่วยพี่ชายขายส้มตำหลังจากเลิกเรียน และวันเสาร์อาทิตย์ผึ้งเองตั้งใจว่าถ้าจบ ม.6 แล้ว จะไม่เรียนต่อ เพราะสงสารเผือกที่ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว แต่เผือกไม่ยอม ไม่ว่าเขาจะทำงานเหนื่อยหรือหนักแค่ไหน เขาก็อยากให้น้องสาวคนเดียวของเขาได้เรียนสูงๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อทดแทนความฝันของเขาที่อยากเรียนแต่ไม่มีเงินเรียน จึงจบมาแค่วุฒิ ม.6 เท่านั้น

วันหนึ่ง มีชายแปลกหน้ามาขายล็อตเตอรี่ที่หมู่บ้าน แต่ไม่มีใครสนใจซื้อ ต่างก็เอาเงินไปเล่นหวยใต้ดินของ เจ๊ ในตัวอำเภอมากกว่า ชายคนนั้นหิวจนหน้ามืดเป็นลมตรงหน้าร้านส้มตำของเผือก เผือกจึงช่วยปฐมพยาบาลไว้และให้กินอาหารในร้านฟรี เพราะชายคนนั้นบอกว่าไม่มีเงิน โดยเผือกไม่เคยรู้เลยว่าแค่คำว่า

“ไม่เป็นไรพี่…มีกินก็แบ่งๆ กัน”
จะทำให้เขารวยเป็นเศรษฐีร้อยล้าน !
เพราะชายคนนั้นมอบล็อตเตอรี่ใบหนึ่งให้กับเผือก ซึ่งมันถูกแจ๊กพอตรางวัลที่หนึ่งในงวดนั้นนั่นเอง !
จาก “ไอ้เผือก” กลายเป็น “คุณชายเผือก” ในบัดดล

ด้วยความที่ไม่เคยมีเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ทำเอาทุกคนในครอบครัวตื่นเต้นต่างวาดฝันกันไปต่างๆ นานา ว่าจะซื้อนั่นซื้อนี่ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำตามใจอยาก พวก “ญาติที่ไม่รู้จัก” ก็พากันมาเยี่ยมที่บ้านโดยไม่ได้นัดหมาย มีหลายคนที่เผือกไม่เคยเห็นหน้ามาตลอดชีวิต ก็เข้ามากอดอย่างรักใคร่ แน่นอนว่าทุกคนที่มาไม่ได้หวังแค่จะมาเยี่ยม แต่หวังที่จะมาเอาส่วนแบ่งไปด้วย

เห็นท่าจะไม่ได้การแล้ว ทุกคนในบ้านจึงจัดการวางแผน “อพยพ” ไปในที่ที่ห่างไกลและคิดว่าจะไม่มีใครตามมาเจอ นั่นคือ กรุงเทพฯ

บ้านนอกเข้ากรุงก็งานนี้แหละ ทั้งห้าคนตื่นเต้นราวกับเพิ่งได้มาเห็นเมืองที่มีตึกสูง และรถไฟฟ้าครั้งแรก ชีวิตเริ่มต้นด้วยการหาบ้านสักหลังเป็นที่พำนักอาศัย

ในที่สุด เผือกได้บ้านสุดหรูในหมู่บ้านไฮโซฯ มาพักอาศัย บ้านที่ใหญ่กว่ากระต๊อบหลังเดิมไม่รู้กี่เท่า ทองมีกับรำจวญดี๊ด๊าจะได้เป็นไฮโซฯ พากันแย่งขอเงินลูกชายไปประเดิมใช้ในกรุงเทพฯ เมื่อเผือกขัดก็ถูกต่อว่า สุดท้ายเลยต้องให้ไปตามระเบียบ

ที่ข้างบ้านของเผือกนั้นเป็นบ้านของ “คุณหญิงสายสมร” (ดวงดาว จารุจินดา) ที่ค่อนข้างเย่อหยิ่งและเก็บตัวไม่สุงสิงกับผู้ใด ด้วยความที่คนในครอบครัวของเผือกมาจากบ้านนอก จึงพากันส่งเสียงโวยวายลั่น จนคุณหญิงสายสมรไม่พอใจ ส่ง “จิ้งหรีด” (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) สาวใช้ที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ไปต่อว่า และเมื่อเธอได้พบกับเผือกนั้น ก็นึกว่าเผือกเป็นคนใช้ของบ้าน จึงได้ต่อว่าอย่างรุนแรงและดูถูกต่างๆ นานา จิ้งหรีดทำเชิดบอกว่าตัวเองเป็นลูกสาวเจ้าของบ้านเพื่อข่มเผือก เผือกเองก็ใช่คนที่ยอมคนซะเมื่อไหร่ เขาจึงตอกกลับ สงครามน้ำลายข้ามรั้วจึงกำเนิดขึ้น

ผึ้งเองได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ด้วยความที่เป็นเด็กบ้านนอก จึงตามความทันสมัยของเพื่อนๆ ไม่ทัน แต่ด้วยความที่ผึ้งเป็นคนสวยทำให้มีหนุ่มๆ มาติดมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “นับหนึ่ง” (สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ) รุ่นพี่ที่คณะสุดป๊อบ ยิ่งพอรู้ว่าผึ้งเป็นเศรษฐีมือใหม่ ยิ่งทำให้เขาสนใจใน “เงิน” ของผึ้งมากขึ้น นั่นทำให้ “รดา” (ภัทรนิษฐ แก้วมณี) หญิงสาวสุดเริ่ดของคณะที่หมายตานับหนึ่งไว้เช่นกัน ไม่พอใจ หาเรื่องกลั่นแกล้งเธอตลอดเวลา ดีที่มี “เฉิ่ม” (มิกค์ ทองระย้า) ชายหนุ่มหน้าซื่อคอยช่วยเหลือผึ้งตลอด แต่เพราะความศิวิไลซ์และความหลงในรูป รส กลิ่น เสียงของเมืองหลวง ทำให้ผึ้งเริ่มจะมองคนที่เปลือกนอกและวัตถุแพงๆ แล้ว โดยลืมที่จะคบคนที่จิตใจเหมือนตอนที่อยู่บ้านนอก

ความบ้านนอกของบ้านเผือกนั้น ทำเอาคุณหญิงสายสมรแทบคลั่ง ทั้งเสียงคาราโอเกะเพลงอีสาน กลิ่นน้ำต้มปลาร้าที่ลอยโชยข้ามรั้วเข้ามา หรือเสียงด่าทอหยาบๆ คายๆ ของทองมีกับรำจวญยามทะเลาะกัน ในที่สุด คุณหญิงสายสมรก็หมดความอดทน ตัดสินใจจะไปพักผ่อนที่นิวยอร์กกับญาติที่นั่น โดยชวน “ต้นหอม” (กรรณาภรณ์ พวงทอง) ลูกสาวคนเดียวไปด้วยแต่ต้นหอมปฏิเสธ เธอยังอยากอยู่ดูแลกิจการโรงแรมของคุณหญิงสายสมรต่อ คุณหญิงสายสมรไม่อยากขัดใจจึงยอมให้ลูกสาวอยู่ดูแลบ้านและโรงแรมทางนี้ ส่วนตัวเองบินไปเที่ยวเพื่อหลีกหนีความ “บ้านนอก” ของคนข้างบ้าน

วันหนึ่ง ยายดวงออกมาเดินเล่นที่หน้าบ้าน ได้มาเจอกับ “ยายอิ่ม” (อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา) ที่กลับมาจากตลาดพอดี ทั้งสองเจอกันก็จำกันได้ว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน ต่างไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบจนได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วทั้งคู่ไม่ใช่คนอื่นคน ไกลเลย ยายอิ่ม เป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่บ้านของคุณหญิงสายสมรที่อยู่ริมรั้วบ้านของยายดวง นั่นเอง ทั้งคู่ดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่า ยายอิ่มเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่รู้ว่ายายดวงเพิ่งเป็นเศรษฐีใหม่ ของเมืองไทย

เรื่องราวอันน่าตื่นเต้นที่ถูกนำไปเล่าในบ้านของคุณหญิงสายสมร จิ้งหรีดได้ยินดังนั้นก็ตาโต เมื่อรู้ว่าคนที่เธอใช้หางตามองและด่าทอกันจนแทบจะฆ่ากันตายนั้นเป็นเจ้าของ คฤหาสน์หลังงาม และรวยมีเงินเป็นร้อยล้าน ตายละวา…ไหงเรื่องกลับตาลปัตร แล้วถ้าไอ้หมอนั่นมารู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเธอเป็นแค่คนใช้ ไม่ใช่ลูกสาวบ้านนี้จริงๆ จะทำอย่างไร มีหวังได้ซุกแผ่นดินหนีแน่ๆ

เผือกเริ่มรู้สึกว่าผึ้งเปลี่ยนไป หญิงสาวเริ่มแข็งกร้าวขึ้น ใช้เงินเก่งเตือนอะไรก็เถียง ไม่เชื่อฟังแบบตอนอยู่ที่บ้านนอก เขาเริ่มเป็นห่วงน้องสาว กลัวว่าจะหลงแสงสีไปตามคนเมือง จึงตามไปดูที่มหาวิทยาลัย ก็พบว่าผึ้งกำลังสวีตกับนับหนึ่งจนออกหน้าออกตา ชายหนุ่มเข้าไปห้าม แต่ผึ้งแกล้งทำเป็นไม่รู้จักพี่ชายของตัวเอง เพราะเผือกแต่งตัวบ้านนอกเหมือนตอนอยู่ต่างจังหวัด เธออายเพื่อน ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีพี่ชายที่มีสภาพเป็นแบบนี้

ทั้งเรื่องพ่อเรื่องแม่ และเรื่องน้องสาว ทำเอาเผือกกลุ้มใจไม่น้อย ชายหนุ่มตัดสินใจไปทำบุญที่วัดเพื่อให้จิตใจดีขึ้น และที่นั่นเอง เขาได้พบกับต้นหอมที่มาเลี้ยงข้าวกลางวันเด็กกำพร้าที่มูลนิธิใกล้ๆ วัด เธอสวยและจิตใจดีจนเผือกอดที่จะแอบมองไม่ได้ เหมือนฟ้าเป็นใจ เมื่อรถของต้นหอมเสียเผือกจึงอาสาไปส่ง ทั้งคู่คุยกันถูกคอ ที่สำคัญต้นหอมไม่มีทีท่ารังเกียจชายหนุ่มเลยแม่แต่น้อย นั่นทำให้เผือกยิ่งประทับใจในตัวต้นหอมมาก แล้วเรื่องเซอร์ไพรซ์ก็เกิดขึ้น เมื่อต้นหอมคือเพื่อนบ้านของเผือกนั่นเอง.. โลกช่างกลมเสียจริง

เผือกแอบชอบต้นหอมมาก แต่ก็รู้ตัวเองว่าเขาช่างเชยและบ้านนอกขนาดนี้ จึงตัดสินใจจ้าง “เจ๊ลิลลี่” (วรภร เลิศเกียรติไพบูลย์) มือโปรมาเนรมิตตัวเขาเองให้เป็นคุณชายเหมาะสมกับต้นหอม

จากชายหนุ่มบ้านนอกคอกนากลายเป็นคุณชายสุดหล่อ จนจิ้งหรีดถึงกับตกตะลึง ชอบชายหนุ่มขึ้นมาซะอย่างนั้น ด้วยหวังว่าจะได้ถีบตัวเองหลุดจากอาชีพคนใช้อันต่ำต้อยเสียที หากได้เผือกเป็นแฟน แต่หญิงสาวยังกังวลใจไม่หาย ว่าถ้าเผือกรู้ว่าตัวเธอเป็นแค่คนใช้ เขาไม่มีวันชอบเธอแน่ๆ จึงไปสารภาพความจริงกับต้นหอม ต้นหอมนึกสนุก เลยตกลงจะอุปโลกน์ให้จิ้งหรีดเป็นน้องสาวไฮโซของตัวเอง เพื่อเป็นแม่สื่อแม่ชักให้กับสาวใช้ เธอเชื่อว่าคนเราจะรักกันต้องเดินข้ามเรื่องชาติกำเนิดและเงินทอง โดยต้นหอมไม่เคยรู้เลยว่าเผือกนั้นแอบชอบต้นหอมไม่ใช่ชอบจิ้งหรีด

ที่สำคัญ จิ้งหรีดเองชอบที่ “เงิน” ของชายหนุ่มมากกว่าจิตใจ…

เผือกที่หลงรักต้นหอมมาก แต่ไม่รู้จะเข้าใกล้หญิงสาวได้อย่างไร จึงหวังที่จะเข้าใกล้ต้นหอมด้วยการมาทำดีกับจิ้งหรีด ที่เขาคิดว่าเป็นน้องสาวของต้นหอม เพราะความดีของเผือกทำเอาจิ้งหรีดยิ่งชอบเขามากขึ้นโดยไม่รู้เลยว่าเผือกมา ทำดีนั้นเพราะอยากจีบต้นหอมมากกว่า

วันหนึ่งเป็นวันเกิดของเผือก เขาจึงจัดงานเล็กๆ ขึ้นที่บ้าน โดยการชวนต้นหอมและจิ้งหรีดมาร่วมงานด้วย แม้เผือกจะพยายามจัดงานให้หรูเลิศตามที่เจ๊ลิลลี่สั่งแล้วก็ตาม แต่พ่อแม่และยายของเขากลับทำให้งานเสียด้วยการตั้งโต๊ะตำส้มตำ ทำลาบ จกปลาร้ากันต่อหน้าต้นหอมและจิ้งหรีด ยายดวงบอกให้เผือกลองตำระเบิดโชว์ และสาธยายถึงความโด่งดังของส้มตำสูตรนี้ให้ต้นหอมกับจิ้งหรีดฟัง ทำให้ทั้งคู่อยากลองชิมมาก สุดท้ายเผือกก็ตัดสินใจถอดสูทหันมาควงสากโชว์ส้มตำระเบิดให้ทั้งสองกิน ต้นหอมติดใจในรสชาติมาก ถึงกับอยากให้เผือกช่วยทำส้มตำระเบิดนี้ไปรับแขกชาวต่างชาติที่โรงแรม เผือกตอบตกลงเพราะอยากทำคะแนนให้ต้นหอมรัก

ชื่อเสียงของเผือกดังกระฉ่อนทันทีที่ได้ออกงานแรก หลายต่อหลายคนออร์เดอร์มาเป็นร้อยๆ ครก เพื่อนำไปจัดเลี้ยงสร้างชื่อให้โรงแรมของต้นหอม ต้นหอมจึงทาบทามให้เผือกมาทำงานที่โรงแรมเพื่อเป็นหัวหน้าเชฟในการตำส้มตำ โดยเฉพาะ เผือกตอบตกลงมาทำงานที่โรงแรม เพื่อจะได้ใกล้ชิดต้นหอม โดยจิ้งหรีดก็มาด้วย ตามแผนของต้นหอม

วันหนึ่ง เผือกจะไปสารภาพรักต้นหอม แต่กลับพบว่าหญิงสาวมีแฟนเป็นนักธุรกิจชื่อดังอยู่แล้ว เผือกเสียใจมาก อยากจะลาออกจากงาน แต่จิ้งหรีดห้ามไว้และให้กำลังใจชายหนุ่ม แม้จะรู้สึกเสียใจบ้างที่รู้ว่าเผือกไม่เคยมีใจให้เธอเลย แต่กลับมีใจให้กับต้นหอมผู้เป็นนายแทน

จากที่เคยคิดว่าจะชอบเขาเพียงเพราะเงิน จิ้งหรีดกลับตกหลุมรักในความดีงามในจิตใจของชายหนุ่มเข้าให้แล้ว…

ความใกล้ชิดของจิ้งหรีดกับเผือกเริ่มรู้ใจกันมากขึ้น ชายหนุ่มเริ่มเห็นด้านดีของหญิงสาว ความใสซื่อและดวงตาที่ดูเหมือนมีความนัยคู่นั้นทำให้เผือกอดรู้สึกแปลกๆ ด้วยไม่ได้ทั้งๆ ที่ในใจกลับตะโกนบอกว่าคนที่เขาต้องการนั้นคือต้นหอมคนเดียว

แต่เพราะความดีของจิ้งหรีดทำให้เผือกปฏิเสธตัวเองไม่ได้ว่ารักหญิงสาวเข้าให้แล้วเช่นกัน

นั่นทำให้จิ้งหรีดเริ่มรู้สึกผิดและกลัว กลัวว่าถ้าเผือกรู้ว่าตัวเองเป็นแค่คนใช้ เขาจะรับไม่ได้ ที่สำคัญเผือกจะต้องโกรธมากที่รู้ว่าเธอหลอกลวงเขามาตลอดว่าเป็นคุณหนู

ตำระเบิดของเผือกนั้นโด่งดังไปจนทั่วสารทิศ วันๆ หนึ่งเขาต้องตำส้มตำระเบิดไม่น้อยกว่าสามร้อยครก ทำให้ต้นหมอเริ่มตัดสินใจสั่งซื้อมะละกอจากสวนย่านชานเมืองมา และนั่นทำให้จิ้งหรีดได้เจอกับ “นวล” (เจมี่ บูเฮอร์) แม่ค้าขายส่งมะละกอพันธุ์ดี ซึ่งมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของจิ้งหรีดอีกด้วย

จิ้งหรีดพยายามหลบหน้าหลบตานวล เพราะกลัวนวลจะรู้ว่าเธอมาเป็นคนใช้อันต่ำต้อย ที่สำคัญเธอกลัวว่านวลจะเปิดโปงความลับว่าตัวของจิ้งหรีดเองนั้น ไม่ได้เป็นคนในครอบครัวของคุณหญิงสายสมร เจ้าของโรงแรมแต่อย่างได

เมื่อหลายปีก่อนนั้น จิ้งหรีดใช้ชีวิตเป็นสาวชาวสวนมะละกอ อยู่อย่างมีความสุข แม้ทางครอบครัวจะไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่ก็พอมีพอกิน “คม” พ่อของจิ้งหรีดเป็นคนรักครอบครัวมาก เขาไม่เคยนอกใจ “วรรณ” (ภัทรา ทิวานนท์) เมียสุดที่รักเลย

แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อวรรณประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต คมเสียใจมาก ดื่มเหล้าเมายา ไม่ยอมทำสวนมะละกอต่อ ภาระหนักจึงตกมาอยู่ที่จิ้งหรีดที่ต้องดูแลทุกอย่างเอง วันหนึ่งคมได้พานวลกลับมาจากคลับในเมือง นั่นทำให้จิ้งหรีดไม่พอใจที่พ่อของตัวเองกำลังจะมีเมียใหม่ ทั้งคู่มีปากเสียงกัน แต่สุดท้ายจิ้งหรีดก็ต้องยอมให้พ่อพานวลเข้ามาอยู่ในไร่ ในฐานะเมียใหม่ของพ่อ

แรกๆ นั้น นวลก็ทำดีกับจิ้งหรีดเพื่อให้เธอตายใจ แต่สุดท้ายความชั่วร้ายก็ออกลาย นวลพยายามจะเอาทุกอย่างของคมไปเป็นเจ้าของ โดยใช้มารยาหญิงหลอกให้คมเซ็นโอนไร่มะละกอทั้งหมดให้กับเธอ จิ้งหรีดไม่พอใจมาก ไปต่อว่าพ่อ แต่ก็โดนตบกลับมา ทำให้หญิงสาวน้อยใจว่าพ่อไม่ใช่พ่อคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก มิหนำซ้ำจิ้งหรีดยังไปรู้ความลับมาว่านวลนั้นแอบมีความสัมพันธ์ลับๆ กับคนงานในสวน เธอจะไปฟ้องพ่อ แต่นวลรู้ตัวเสียก่อน ทั้งคู่ตบตีกัน แต่นวลสร้างภาพว่าถูกจิ้งหรีดรังแกก่อน พ่อลูกจึงไม่มองหน้ากันอีกนับตั้งแต่วันนั้น

วันหนึ่ง ข่าวร้ายก็มาเยือนจิ้งหรีด เมื่อได้รู้ว่าผู้เป็นพ่อขับรถตกเหวเสียชีวิต เหมือนเสาหลักในชีวิตของจิ้งหรีดล้มไปเสียแล้ว หญิงสาวถูกนวลไล่ออกจากบ้านเพราะเธอไม่มีสิทธิ์อะไรในสมบัติของพ่อเลย

จิ้งหรีดไม่มีที่ไปจึงเสี่ยงโชคชะตามาในเมืองหลวง หวังว่าจะมาหางานทำเพื่อประทังชีวิต แต่ทุกอย่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หญิงสาวถูกหลอกไปขายตัวในซ่อง แต่ก็เอาตัวรอดหนีออกมาได้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ดันไปถูกรถของต้นหอมชนเข้า ดีที่จิ้งหรีดไม่เป็นอะไรมาก ต้นหอมจึงรับจิ้งหรีดเข้ามาทำงานในบ้านด้วยความสงสารหลังจากนั้นชีวิตของเธอ ก็ถูกเรียกว่า “คนรับใช้” ตลอดมา

นวลเหมือนว่าจะเห็นจิ้งหรีดแวบๆ จึงตามไป สุดท้ายจึงรู้ว่าจิ้งหรีดอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ และยิ่งแปลกใจเมื่อเผือกแนะนำว่าจิ้งหรีดคือน้องสาวของต้นหอม เจ้าของโรงแรมแห่งนี้ นวลแอบหมายตาเผือกไว้ คิดจะเปิดโปงความจริงว่าจิ้งหรีดไม่ใช่คนในครอบครัวของต้นหอม แต่ต้นหอมรู้ทันเสียก่อน จึงยื่นข้อเสนอว่าถ้าปิดเรื่องนี้เป็นความลับ เธอจะเป็นลูกค้ามะละกอของนวลตลอดไป และจะติดต่อโรงแรมของเพื่อนๆ ที่รู้จักให้ด้วย นวลตกลงแต่ยังไม่เลิกหมายตาเผือก เพราะถูกตาต้องใจเหลือเกิน

ความลับเรื่องของจิ้งหรีดดำเนินต่อไป พร้อมกับความรักของคนทั้งคู่

ช่วงนี้ยายดวงเจ็บออดๆ แอดๆ เผือกให้ไปตรวจร่างกายก็ไม่ยอมไป ตัวเขาเองก็ยุ่งอยู่ที่โรงแรม ผึ้งเองก็กลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ อ้างว่าติดกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัย ส่วนรำจวญกับทองมีไม่ต้องพูดถึง วันๆ มุดหัวอยู่แต่ในบ่อน ถ้าเงินไม่หมด ไม่กลับมาบ้าน บ่อยครั้งที่ยายดวงต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง หญิงชราเริ่มไม่ชอบความมั่งมีที่ได้มาเสียแล้ว หากการมีเงินแล้วต้องเหงาแบบนี้ เธอขอกลับไปจนแล้วอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างเดิมเสียดีกว่า

หลังจากได้ติดต่อกับเผือกที่โรงแรมบ่อยครั้ง นวลเริ่มสืบเสาะหาที่อยู่ของเผือก เธอมักเอาของกำนัลมาฝากเผือกอยู่บ่อยๆ ซึ่งทำให้จิ้งหรีดไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทั้งคู่มีปากเสียงกันทุกครั้งที่ได้เจอหน้า จนเผือกเริ่มจะสงสัยว่าทั้งคู่น่าจะเคยรู้จักกันมาก่อน แต่จิ้งหรีดก็ยังปิดบังความลับเรื่องระหว่างเธอกับนวลไว้

วันหนึ่งมีแก๊งค์มาเฟียโทรมาหาเผือก บอกให้เอาเงินสิบล้านไปไถ่ตัวทองมี กับรำจวญที่ไปเสียไฮโลที่ชายแดน ชายหนุ่มจำเป็นต้องเบิกเงินที่ร่อยหรอไปช่วยพ่อและแม่ เขาเริ่มจะเครียดแล้ว เพราะเงินที่ได้จากการถูกล็อตเตอรี่ครั้งนั้นใกล้หมดลงทุกที เนื่องจากคนในบ้านต่างใช้เงินราวกับเป็นเศษกระดาษ

เรื่องราวระหว่างนวลกับจิ้งหรีดเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งสองมีปากเสียงกัน ในขณะที่เผือกแอบฟังอยู่ จึงได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วนวลเป็นแม่เลี้ยงของจิ้งหรีดนั่นเอง นั่นทำให้ชายหนุ่มงงว่าในเมื่อจิ้งหรีดเป็นน้องสาวของต้นหอมแล้ว ทำไมมีแม่เลี้ยงเป็นนวล หรือสามีของคุณหญิงสายสมรจะไปแต่งงานใหม่

และแล้วความลับทั้งหมดก็ถูกเปิดเผยเมื่อคุณหญิงสายสมรกลับมาเมืองไทย แล้วเห็นนวลกับจิ้งหรีดกำลังทะเลาะกันอยู่หน้าบ้าน จึงเข้าไปต่อว่า ความลับที่ว่าจิ้งหรีดไม่ใช่ลูกสาวคุณหญิงสายสมรและมีหน้าที่เป็นเพียงคนรับ ใช้จึงถูกเปิดโปงขึ้น นั่นทำให้เผือกโกรธหญิงสาวมาก ไม่ยอมพูดด้วยเพราะเขาเกลียดการโกหกที่สุด

ส่วนจิ้งหรีดเองกลับคิดว่าที่เผือกโกรธเธอนั้นเพราะรู้ว่าเธอเป็นแค่คน รับใช้ ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนที่ได้สร้างภาพมา เผือกอาจไม่ได้รักเธอเพราะจิตใจ แต่เป็นเพราะที่ความหรูหราและความมีเกียรติมากกว่า

ผึ้งขออนุญาตไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ ที่คณะ ซึ่งรดากับเพื่อนๆ วางแผนไว้แล้วว่าจะทำให้ผึ้งเสียคนก็คราวนี้ ด้วยการวางแผนให้ผู้ชายในคณะจัดการพาผึ้งไปรุมโทรม เฉิ่มรู้เรื่องเข้าก็ไปเตือนผึ้ง แต่ถูกผึ้งตอกหน้ากลับมาว่าไม่หวังดี เฉิ่มเองอดเป็นห่วงผึ้งไม่ได้ จึงลงทะเบียนไปเที่ยวในครั้งนี้ด้วย แล้วก็เป็นจริงดังที่เขาได้ยินมา เมื่อผึ้งจะถูกผู้ชายสามคนจะพาไปข่มขืน แม้นับหนึ่งเองจะอยู่บริเวณนั้น แต่กลับหนีเอาตัวรอด เฉิ่มแสดงความรักด้วยการสู้สุดชีวิตจนตัวเองสะบักสะบอม ในที่สุดตำรวจก็มาจับคนร้ายได้แล้วซัดทอดไปถึงรดา ทำให้รดาถูกตำรวจจับไปด้วย

ข่าวออกทีวีครึกโครม ในขณะที่เผือกกับยายดวงกำลังนั่งดูอยู่ ทั้งคู่ตกใจมากโดยเฉพาะยายดวง ถึงขั้นเป็นลมหมดสติไป เผือกรีบนำตัวยายดวงส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่ายายดวงเป็นโรคหัวใจตีบ ต้องรีบผ่าตัดด่วน เผือกจึงยอมให้หมอผ่าตัดยายดวง

ผึ้งเองรู้เรื่องก็ให้เฉิ่มรีบพากลับมา เช่นเดียวกับทองมีและรำจวญที่ยอมทิ้งไพ่มาดูใจยายดวง หมอบอกให้ทำใจไว้เพราะโอกาสรอดมีแค่ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่สำคัญค่าใช้จ่ายสูงมาก เงินที่เผือกเหลือเก็บตอนนี้มีไม่พอ ท้ายสุดแล้วชายหนุ่มตัดสินใจเอาบ้านไปจำนองไว้กับธนาคารเพื่อนำเงินก้อนสุด ท้ายมารักษาผู้เป็นยาย

ทั้งหมดเพิ่งเข้าใจว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคนในครอบครัวอีกแล้ว…

เมื่อผ่านเรื่องราวของ “คนมีเงิน” มามากมาย ทำให้ทุกคนรู้ว่าชีวิตมันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดเอาเสียเลย แม้จะชอบความหรูหราของคนมีเงิน แต่พวกเขากลับรักที่จะอยู่กันอย่างอบอุ่นแบบเดิมมากกว่า

ผึ้งได้เรียนรู้ว่าชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อฟู่ฟ่าของสังคมเมืองหลวงนั้นไม่ได้ดี ไปเสียทุกอย่าง การมองคนเพียงแค่หน้าตากลับทำให้เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด มองคนต้องมองที่จิตใจเหมือนที่เธอเคยเรียนรู้มาก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ กรุงเทพฯ

ทองมี กับ รำจวญ ที่ก่อหนี้ก่อสินไว้มากมายก็เริ่มสำนึก เผือกเอาเงินที่เหลือไปใช้หนี้ให้พ่อกับแม่ทั้งหมด ทั้งสองขอโทษลูกชายที่ทำตัวไม่ดีมาตลอด และสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น

ยายดวงปลอดภัย แต่ยังต้องกินยารักษาตัวอีกเดือนละหลายแสนบาท เผือกตัดสินใจขายบ้าน รถ และทรัพย์สินทุกอย่างเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็น ทั้งห้าตกลงกันแล้วว่าชีวิตในเมืองหลวงช่างไม่เหมาะกับคนบ้านนอกอย่างพวกเขา จึงจะกลับไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่บ้านนอกที่เคยจากมา แม้ที่บ้านนอกจะไม่หรูหรา ไม่ศิวิไลซ์เหมือนในเมืองหลวง แต่ที่นั่นทำให้เขาได้รู้สึกถึงคำว่า “ครอบครัว” อย่างเต็มที่

ผึ้งไปกล่าวลาเฉิ่มว่าอาจไม่เจอกันอีกแล้วชาตินี้ เพราะเธอจะกลับไปเรียนต่อที่บ้านนอก เฉิ่มเองก็เสียใจแต่ก็ยอมให้หญิงสาวไป เพราะเคารพการตัดสินใจของผึ้ง

จิ้งหรีดรู้ข่าวจากยายดวงว่ากำลังจะย้ายกลับบ้านนอกกันทั้งครอบครัว ก็ใจหาย ใจหนึ่งก็อยากจะขอโทษเผือก แต่อีกใจมันก็มีอคติ เลยทำปากแข็งว่าไม่รู้สึกอะไรกับการจากไปของชายหนุ่ม เช่นเดียวกับเผือกเอง เขาก็อยากบอกลาจิ้งหรีดเป็นครั้งสุดท้าย แต่เห็นว่าหญิงสาวทำเฉยชา จึงตัดสินใจจากไปโดยไม่มีการปรับความเข้าใจกัน

ทั้งหมดกลับมาตั้งหลักที่บ้าน เผือกเจียดเงินมาทำร้านอาหารอีสานเล็กๆ ทำมาหากินเพื่อประทังชีวิต โดยมีรำจวญคอยช่วยลูกชาย ส่วนผึ้งได้โอนหน่วยกิตมาเรียนต่อราชภัฏในตัวเมือง ทางด้านทองมีก็ทำสวนทำไร่เล็กๆ น้อยๆ และมีหน้าที่คอยดูแลยายดวงในฐานะลูกเขยที่ดี ที่เขาไม่เคยได้ทำมาเลยตลอดชีวิต

วันหนึ่งผึ้งไปเจอกับเฉิ่มโดยบังเอิญ โชคชะตาเหมือนเป็นใจเพราะเฉิ่มกลับมาเยี่ยมบ้าน ซึ่งอยู่จังหวัดเดียวกันกับผึ้ง บ้านของเฉิ่มนั้นเป็นร้านค้าส่งปุ๋ยและค้าข้าวรายใหญ่ของจังหวัด ชายหนุ่มไม่ได้จนอย่างที่ผึ้งคิดไว้เลย เพียงแต่เฉิ่มเป็นคนไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่เคยหลงไปกับเงินทองมากมาย นั่นทำให้ผึ้งละอายใจมาก แต่เฉิ่มก็ให้อภัย ทั้งคู่ตัดสินใจคบกันโดยให้พ่อแม่ของแต่ละฝ่ายมาผูกมิตรกันไว้ แม่ของเฉิ่มนั้นเป็นลูกค้าประจำร้านตำระเบิดของเผือกมานาน ก็ปลื้มใจ ไม่ได้รังเกียจในความจนของครอบครัวของผึ้ง แต่กลับชื่นชมในความขยันขันแข็งซะอีก จึงขอหมั้นหมายผึ้งให้เฉิ่มไว้ ถ้าทั้งคู่เรียนจบจะให้แต่งงานกัน

ทางด้านเผือกเอง แม้จะทำใจให้ลืมจิ้งหรีด แต่เขาก็ทำไม่ได้ เช่นเดียวกับจิ้งหรีดที่ยังคงเหม่อลอยคิดถึงเผือกเสมอ หญิงสาวรู้ตัวแล้วว่าผิด และไม่ควรถือตัวทำปากแข็ง ไม่ยอมขอโทษชายหนุ่ม แต่กว่าจะคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ยายอิ่มรู้ทันทีจึงเอาที่อยู่บ้านของยายดวงให้จิ้งหรีด เธอขอไว้ก่อนที่ยายดวงจะกลับไปบ้านนอก เผื่อมีเวลาจะได้ไปเยี่ยมเยียน

จิ้งหรีดตัดสินใจขึ้นรถไปหาเผือกทันที หญิงสาวได้เจอเผือกที่ร้านตำระเบิด ทั้งคู่ต่างปรับความเข้าใจกัน และสารภาพความในใจของกันและกันทั้งหมด จิ้งหรีดอาสาจะอยู่ที่นี่ช่วยเผือกดูแลร้าน เผือกบอกกับเธอว่า เขาไม่ได้มั่งมีเหมือนเมื่อก่อน ถ้าจิ้งหรีดอยู่ด้วยจะลำบาก แต่จิ้งหรีดไม่กลัว เธอพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างชายหนุ่มคนที่เป็นเจ้าของหัวใจเธอตลอดไป

ต่อให้รวยล้นฟ้าแค่ไหน ถ้าไม่มีความสุขเธอก็ไม่เอา ขอแค่มีความรักและความอบอุ่นเท่านั้นก็ “พอเพียง” แล้วสำหรับชีวิตนี้”

รายชื่อนักแสดง ละครคุณชายตำระเบิด

ลำดับ ประวัติ ชื่อ – นามสกุล รับบทเป็น
1   ตะวัน จารุจินดา  เผือก
2   อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์  จิ้งหรีด
3   กันตพงศ์ บำรุงรักษ์  ปราณ
4   กรรณาภรณ์ พวงทอง  ต้นหอม
5   ศรศิลป์ มณีวรรณ์  ผึ้ง
6   มิกค์ ทองระย้า  เฉิ่ม
7   วิชญ จารุจินดา  สารวัตรเชิงชาย
8   เจมี่ บูเฮอร์  นวล
9   สาริน บางยี่ขัน  ชัชชัย
10  สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ  นับหนึ่ง
11  ดวงดาว จารุจินดา  คุณหญิงสายสมร
12  รัชนีกร พันธ์มณี  รำจวญ
13  ปนัดดา โกมารทัต  คุณนายพิศเพลิน
14  ปาลิตา โกศลศักดิ์  หวาน
15  วรภร เลิศเกียรติไพบูลย์  ลิลลี่
16  เยาวเรศ นิศากร  ดวง
17  ภัทรนิษฐ์ แก้วมณี  รดา
18  นึกคิด บุญทอง  ทองมี
19  ต๋อง ชวนชื่น  ชะมด
20  อรสา อิสรางกูร ณ อยุธยา  ยายอิ่ม
21  ภัทรา ทิวานนท์ (ดารารับเชิญ)  วรรณ

No responses yet

สวรรค์สร้าง

Sep 15 2010 Published by admin under ละครช่้อง 7



ด้วยสมองระดับอัจฉริยะของ นับรบ พยัคฆ์ราชา (ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์) ทำให้เขากลายเป็นประธานบริษัทไทเกอร์คิงในวัยเพียง 25 ปี นักรบมองโลกเหมือนเสือ ไม่มีจริยธรรมควบคุม เขาสั่งตัดงบเกี่ยวกับความปลอดภัยของ เอื้อ (รติพงษ์ ภูมาลี) พี่ชายของ อุ่นใจ (พีชญา วัฒนามนตรี) จนเมื่อบริษัทของนักรบเกิดไฟไหม้ เอื้อโชคร้ายถูกคานทับขณะหนีเอาตัวรอดจากเปลวเพลิงจนกลายเป็นคนพิการ นักรบสั่งปิดข่าวและไล่เอื้อออกเพื่อรักษาภาพพจน์

เมื่อเอื้อรู้ความจริงหัวใจแทบสลาย เพราะเคยวาดฝันว่าจะใช้เงินก้อนนี้เปิดร้านซ่อมมือถือ ส่งอุ่นใจเรียนและเลี้ยง โอ๋ (ด.ช.มณฑล สุรวิทย์ธรรมะ) ลูกชายวัย 10 ขวบ พร้อมทั้งดูแลแม่ นวล (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ที่ป่วยเป็นอัมพาต

เอื้อทำในสิ่งที่ไม่คาดฝันด้วยการไปยืนขวางรถมอเตอร์ไซค์ของนักรบ หวังจะฆ่าตัวตายต่อหน้านักรบ นักรบหักหลบจนรถเสียหลักศรีษะกระแทกกับของแข็ง ทั้ง 2 ถูกนำตัวส่งห้องไอชียูทันที นักรบฟื้นขึ้นมาและจำเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตไม่ได้ คุณหญิง นายิกา (สุปรีย์ฏา คำนวณศิลป์) ผู้เป็นแม่จึงสั่งให้ ทองทิว (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) เลขาฯ ของนักรบช่วยเรียกความทรงจำของนักรบกลับมา และสั่งให้ปกปิดเรื่องทั้งหมด เพราะบริษัทพันล้านของเขาต้องอาศัยสมองอัจฉริยะของนักรบเป็นต้นทุนในการบริหาร

นักรบคนใหม่เกิดความรู้สึกประหลาดต่อตัวเขาในอดีตที่เป็นคนหยิ่งผยองและไร้น้ำใจอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์เหล่านี้อยู่ในสายตาของ นิมมาน (แวร์ โชว) น้องสาวของนายิกาที่อิจฉาพี่สาวที่ร่ำรวย ในขณะที่ นักคิด (ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ลูกชายกลับเป็นคนไม่เอาถ่าน และมักมีเรื่องชกต่อยกับนักรบเพื่อแย่ง ดาราราย (ปัญฑิตา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์) สาวสวยไฮโชลูกของ ท่านรัฐมนตรี ตุลย์ (คาเมล ซาลวาลา) ที่พร้อมจะสนับสนุนการงานของไทเกอร์คิง และนิมมานยังแอบทรยศหักหลังนายิกาด้วยการไปคบกับ จอมภพ (สิรคุปต์ เมทะนี) เจ้าของบริษัทสัมปทานโทรศัพท์คู่แข่ง และหวังจะถอดนักรบออกจากตำแหน่ง

อุ่นใจมีเพื่อนสนิทชื่อ ดอกจัน (ป่านทอง บุญทอง) คอยให้คำปรึกษา อุ่นใจมองเห็นความอ่อนโยนของนักรบจนคิดว่านักรบสำนึกผิด ดารารายเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของอุ่นใจกับนักรบจึงเริ่มแผนร้ายด้วยการให้ ชูชี่ (ชมพูนุช ปิยธรรมชัย) คอยกลั่นแกล้ง เปลวแสง (สุจิตรา เรืองรองหิรัญญา) นักข่าวที่ตามทำข่าวเรื่องเอื้อ เอื้อกลัวอุ่นใจจะเปลี่ยนข้าง จึงหลอกนักรบไปที่สนามแข่ง และฉายภาพอุบัติเหตุให้ดูจนนักรบหมดสติไป ทองทิวต้องพาไปโรงพยาบาลอีกครั้ง

นักรบฟื้นขึ้นมาด้วยแววตาของเสือถามเรื่องราคาหุ้นของบริษัทเป็นอันดับแรก สร้างความดีใจให้กับนายิกายิ่งนัก อุ่นใจไปหานักรบที่บริษัทแต่ถูกนักรบปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย จอมทัพ (อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) ลูกชายของจอมภพที่แอบรักอุ่นใจอยู่ถือโอกาสเข้ามาช่วยปลอบใจ

นักรบเริ่มรำลึกถึงความหลังได้ จึงหันกลับมาง้ออุ่นใจอีกครั้ง แต่นายิกาไม่ต้องการให้นักรบกับอุ่นใจรักกัน จึงไปบอกนวลเรื่องที่เอื้อตาย ทำให้นวลเสียใจจนหัวใจวายตาย อุ่นใจโกรธนักรบมากจึงรับหมั้นจอมทัพ และหันไปช่วยงานของพีนิกช์ต่อสู้กับไทเกอร์คิงในการประมูลจนจอมทัพชนะการประมูล นักรบเหลือแต่ตัว แต่ยังตามมาง้ออุ่นใจอีก อุ่นใจจึงท้าให้นักรบกอบกู้บริษัทขึ้นมาใหม่

นักรบเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง และสามารถนำไทเกอร์คิงผงาดขึ้นมาได้ จึงทวงสัญญาด้วยการจับอุ่นใจไปล่องเรือตามลำพัง และประกาศขอรับผิดชอบที่พาอุ่นใจออกไปอยู่สองต่อสอง อุ่นใจปฏิเสธหัวใจตัวเองไม่ได้จึงยอมถอนหมั้นกับจอมทัพ
รายชื่อนักแสดงนำในละคร สวรรค์สร้าง

ดารานักแสดงสวรรค์สร้าง
ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์   รับบทเป็น   นักรบ
พีชญา วัฒนามนตรี   รับบทเป็น   อุ่นใจ
อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา   รับบทเป็น   จอมทัพ
ปัณฑิตา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์   รับบทเป็น
วัชรบูล ลี้สุวรรณ   รับบทเป็น   ทองทิว
ป่านทอง บุญทอง   รับบทเป็น   ดอกจัน
ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์   รับบทเป็น   นักคิด
ชมพูนุช ปิยะธรรมชัย   รับบทเป็น   ซูซี่
สุปรีย์ฎา คำนวณศิลป์   รับบทเป็น   คุณหญิงนายิกา
สุฐิตา เรืองรองหิรัญญา   รับบทเป็น   เปลวแสง
น้ำทิพย์ เสียมทอง   รับบทเป็น   พิม
คาเมล ซาลวาลา   รับบทเป็น   รัฐมนตรีตุลย์
สิรคุปต์ เมทะนี   รับบทเป็น   จอมภพ
ปิยะดา เพ็ญจินดา   รับบทเป็น   นวล
ด.ช.มณฑล สุรวิทย์ธรรมะ   รับบทเป็น   โอ๋
แวร์ โซว   รับบทเป็น   นิมมาน
ไพโรจน์ สังวริบุตร   รับบทเป็น   ทองใบ
เกษศริน พูลลาภ   รับบทเป็น   ป้าอิ่ม
รติพงษ์ ภู่มาลี   รับบทเป็น   เอื้อ
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร   รับบทเป็น   หาญ

No responses yet

เงาหัวใจ

Aug 20 2010 Published by admin under ละครช่้อง 7


เรื่องย่อเงาหัวใจ

ในงานปาร์ตี้ บนห้องพักหรูของตึกสูงกลางมหานครนิวยอร์ค วิ ศเวศ (วงศกร ปรมัตถากร) นักธุรกิจหนุ่มเลือดเย็น กำลังสนุกมือกับการกว้านซื้อกิจการที่ตกต่ำเอามาขายต่อเพื่อเอากำไร ทุกอย่างในชีวิตสามารถซื้อได้ด้วยเงิน นี่คือนิยามของวิศเวศแม้แต่ความรัก วิศเวศควงสาวสวย นางแบบ ดาราไม่ซ้ำหน้า อยากได้อะไรวิศเวศสามารถปรนเปรอซื้อให้พวกเธอได้ทุกอย่างไม่อั้น แต่สาวทุกคนที่เป็นคู่ควงต่างรู้ดีถึงกฎที่ตั้งไว้ คือ ห้ามหวังความสัมพันธ์ที่ถาวร ไม่มีการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น อย่าหวังเยื่อใยเพราะต่างก็แค่มาสนุกด้วยกันทั้งสองฝ่าย สิ่งที่ผู้หญิงของวิศเวศเลือกทำเมื่อจบความสัมพันธ์ก็คือ จะเดินออกไปเฉยๆ หรือเดินออกไปพร้อมเช็คที่เขาเซ็นให้ และนี่คือทางเลือกที่วิศเวศเสนอให้กับคู่ควงคนล่าสุดในงานปาร์ตี้ มีผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถรับพฤติกรรมของวิศเวศได้ คือ ลู ซี่ (อุษณีย์ วัฒฐานะ) ลูกสาวของท่านชายอภินพ (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) กับแหม่มฝรั่งลูซี่ทำตัวไม่รู้ไม่เห็นกับพฤติกรรมของวิศเวศ เป็นคู่ควงเบอร์ 1 ที่ออกหน้าออกตาของวิศเวศ Continue Reading »

No responses yet

ด้วยแรงอธิษฐาน

Aug 20 2010 Published by admin under ละครช่้อง 7

บทประพันธ์โดย : กิ่งฉัตร บทโทรทัศนโดย : พิง ลำพระเพลิง กำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ออกอากาศทุกวัน จันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร ด้วยแรงอธิษฐาน ด้วยแรงอธิษฐาน ด้วยแรงอธิษฐาน วรดา ลูกสาวของวารี ภรรยาบ่าวของนายพลประพจน์ หลบออกมาจากงานเลี้ยงวันเกิดของผาณิต ลูกสาวคุณหญิงผกา ภรรยาแต่งของประพจน์ คุณหญิงผกาและผาณิตไม่เคยนับญาติกับวรดา วารีสอนให้วรดาต้องอดทนทุกครั้งเมื่อต้องฟังคำพูดดูถูกของคุณหญิงผกา วรดานั่งอ่านเจนแอร์ นวนิยายเล่มโปรดในสวนใกล้ต้นปีบ กฤตย์เห็นวรดาครั้งแรกก็ชอบทันที กฤตย์ชวนวรดาคุยและสัญญาว่าจะเอาหนังสือนิยายมาให้ วรดาขอบคุณและเป็นสุขใจ เกื้อกับสายพิณมีลูกสามคน คือเกตุมณี พี่สาวคนโต กฤตย์ ลูกชายคนเดียวในบ้าน และแกมแก้ว Continue Reading »

No responses yet

แม่ศรีไพร

Aug 20 2010 Published by admin under ละครช่้อง 7

ในค่ำคืนที่บรรยากาศของการฉลองงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ ประจัน (เอก รังสิโรจน์) นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของโรงโม่หินรายใหญ่ในภาคเหนือ
กำลังดื่มฉลองคืนวิวาห์ของเขาอย่างมีความสุข ในขณะที่ ก้อนทอง (จีรนันท์ มะโนแจ่ม) เจ้าสาวของเขา กลับเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องเพียงลำพัง เพราะความเศร้าใจที่ถูก ละม้าย (ดวงดาว จารุจินดา) ผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงาน แต่แล้วบรรยากาศของการฉลองก็ต้องจบลง โดยที่ประจัน ไม่ทันตั้งตัว เมื่อ อินทร (อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) แอบบุกเข้าไปฉุดก้อนทองออกมาจากเรือนหอ โดยมีลูกน้องคู่ใจ ส่างพลอ (นวพล ภูวดล) กับ พ่อบุญมี ช้างพลายตัวโตที่ตีฝ่าเข้ามารับตัวอินทร กับ ก้อนท้อง หนีไปในความมืด ประจันโกรธแค้นสุดขีด ออกตามล่าหาตัวคนร้ายที่มาหยามศักดิ์ศรีฉุดเอาเจ้าสาวของเข้าไป ในขณะที่ ก้อนทอง รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนหลังช้างในป่าลึก Continue Reading »

No responses yet

สาวใช้ไฮเทค

Aug 20 2010 Published by admin under ละครช่้อง 7

นล  รัศมีมาน (อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์) ถูก รมณี (ครีม เปรมสินี  รัตนโสภา) ว่าที่เจ้าสาวทิ้งไปกลางงานวิวาห์ โดยที่นลไม่รู้เลยว่า ตลอดเวลาที่คบหาเป็นแฟนกับรมณีมาตลอด 10 ปี ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันนั้น รมณีแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ศักดิ์ชัย (แอม ธัญวิสิษฎฐ์ เสียงหวาน) เพื่อนรักของเขาเอง และทั้งคู่ก็หนีไปด้วยกันในคืนวันแต่งงานของเขา ทิ้งให้นลต้องทุกข์ระทม และค้างคาในใจ

3 ดือนต่อมา คุณกนกวรรณ (นุ่น ดารัณ ฐิตะกวิน) แม่ของนล แสนจะกลัดกลุ้มกับสภาพของนล ที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัว หนวดเคราไม่โกน เอาแต่เมา ไม่ยอมพบเจอผู้คน บางคราวก็อาละวาดฉุนเฉียว นายเป็ด (ปราบ ยุทธพิชัย) คนขับรถเก่าแก่ที่เป็นคนรับใช้คนสนิทก็ยังเข้าไม่ติด กระทั่ง นิยา (เอมี่ กลิ่นประทุม) น้องสาวแท้ ๆ ของนลก็ยังไม่สามารถช่วยนลได้

และที่สำคัญก็คือกิจการของห้างสรรพสินค้ากลางกรุง ดรากอน มอลล์ ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นคุณยายซึ่งนลได้รับหมอบหมายให้ดูแลมาหลายปี ก็ถูกนลละเลยจนผลประกอบการช่วงไตรมาสที่ผ่านมาตกต่ำติดดิน

Continue Reading »

No responses yet